プレビルド市場は不透明な状況がまだ続く(その1)

0
96

Colliers Research前回、第1四半期プリセールの売り上げが前年同期比、及び前期比でかなり減少していて、今年の上半期では昨年比で3割も落ち込むとRHB証券が予測していると伝えましたが、コリアーズも今年のマーケット動向予測についてコメントしているので、今回はそれを見てみることにします。

 

以下が現地紙ประชาชาติธุรกิจに載った記事の要訳です。

                    

コリアーズ・インターナショナル・タイの調査統計によれば、今年の第1四半期に売り出された新規コンドミニアムは合計7,353ユニットで、昨年第4半期の5,961ユニットから24%の増加となったことが分かった。

 

これは、昨年10月に始まった政府による不動産市場刺激策により、中小デベロッパーがこの機会に一気に新規プロジェクトを売り出したからであると分析している。

 

その結果、今年の第1四半期に売り出されたコンドミニアムのうち、合計14プロジェクト、2,697ユニット、つまり全体の約37%が小規模もしくは新興デベロッパーによるものであり、一方で、大手デベロッパーは新規よりむしろ既存の完成在庫の一掃に注力していたというのが実態である。

 

また、新規で売り出されたプロジェクト全体の68%がバンコク都内で、更に平米10-15万バーツの中上級セグメントのプロジェクトが全体の42%と最も多かった。

 

このように新規プロジェクトが“ダウンタウンの中上級クラス”に集中してしまった理由として、中級以下のセグメントのコンドミニアムに対する消費者の購入意欲が引き続き悪化しつつあり、デベロッパー各社は今もこのクラスのマーケットに危機感を持っているからである。

 

また、廉価なコンドミニアムしか買えない低中所得層の住宅ローン与信却下率も更に上昇中であり、アッパーミドルクラス以上をターゲットにした平米10万バーツ以上のセグメントに対象を絞り込むしかないというのが実情なのである。

 

次回に続く

ถ้าคุณรู้สึกสนุกช่วยกดนี้นะครับ

にほんブログ村 海外生活ブログ バンコク情報へ

にほんブログ村   

คอลัมน์
ดาต้าเบส

สุรเชษฐ กองชีพรองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยสถิติคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ไตรมาส1ปี2559ว่า มีทั้งหมด7,353ยูนิต เพิ่มขึ้น24% จากไตรมาส4ปี2558ที่มีจำนวน5,961ยูนิต
มองว่าเกิดจากมาตรการรัฐเพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนอง เหลืออย่างละ0.01%ที่จะสิ้นสุดวันที่28เม..2559ทำให้ผู้ประกอบการรายกลางรายเล็กเล็งเห็นโอกาสทองในการเปิดขายโครงการ 
โดยจะเห็นว่าห้องชุดที่เปิดตัวในQ1/59จำนวน14โครงการ2,697ยูนิตหรือคิดเป็น37% ของตลาดไตรมาสนี้พัฒนาโดยผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหม่ในขณะที่รายใหญ่จะเน้นการระบายสต๊อกสร้างเสร็จ 
นอกจากนี้สังเกตได้ว่าโครงการ68%เป็นโครงการที่เปิดตัวในพื้นที่เมืองชั้นในและโครงการ42%เปิดขายระดับราคา1-1.5แสนบาท/ตร..เป็นระดับราคาที่เปิดขายมากที่สุด เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายยังกังวลกับกำลังซื้อระดับล่างที่หดตัวลงและมีอัตรารีเจ็กต์เรต (ถูกปฏิเสธสินเชื่อบ้าน) สูงขึ้น จึงเน้นเปิดขายโครงการที่ราคามากกว่า1แสนบาท/ตร..มากขึ้นแทน
ในขณะที่ตลาดบ้านจัดสรรอาจยังไม่เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงเปิดขายบ้านระดับราคาสูงขึ้น เพราะบ้านจัดสรรสามารถทยอยเปิดขายและก่อสร้างเป็นเฟสได้และจับกลุ่มลูกค้าอยู่อาศัยจริง มีนักลงทุนน้อยทำให้มีความเสี่ยงน้อยกว่า แต่ทั้งนี้ความคึกคักดังกล่าวไม่ใช่ปัจจัยที่สื่อให้เห็นว่าตลาดฟื้นตัว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยยังซบเซาทำให้มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย สุรเชษฐยังกล่าวอีกว่าสำหรับตลาดอสังหาฯไตรมาส2/59คาดว่าจะทรงตัวต่อจากไตรมาส 1/59 โดยมีโครงการบ้านประชารัฐราคาที่อยู่อาศัยต่ำกว่า1.5ล้านบาทต่อยูนิตสร้างความคึกคักให้ผู้ประกอบการที่มีสินค้าราคาดังกล่าวได้ระบายสต๊อก 

แต่กังวลปัญหาหนี้ครัวเรือนอาจทำให้ลูกค้าบางรายถูกปฏิเสธสินเชื่อบ้านซึ่งต้องติดตามความเข้มงวดของธนาคารต่อเนื่องคาดว่าครึ่งปีหลังปี′59ตลาดอสังหาฯน่าจะเริ่มดีขึ้นขึ้นอยู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรฐหากมีการลงทุนจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here